สสทน.เชียงราย ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วไทยเยือนหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ฟื้นแหล่งท่องเที่ยวนั่งช้างชมป่า-ผ้าชนเผ่าหลังวิกฤติโควิด-น้ำท่วม-สารพิษน้ำกก


***เมื่อเวลา 09.00 น. วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย (สสทน.เชียงราย) ร่วมกับนายวิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงราย นายนรินทร์โชติ เมืองใจหล้า นายกสมาคมเครือข่ายท่องเที่ยว นายไกรสร กลับทวี ที่ปรึกษาสมาคมฯ อ.จุมพล กิติสาร ประธานสมาพันธ์ชาติพันธุ์เชียงราย ให้การต้อนรับคณะผู้นำท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ได้แก่ นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจภายในประเทศ (สทน) นายกิติพงษ์ วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ นายวรวุฒิ วรแสง กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายณธัชพงศ์ อิสี ประธานชมรม Agents Club สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) คณะท่องเที่ยวจากจังหวัดตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และผู้แทนบริษัททัวร์จำนวน 30 คน ที่เดินทางมาลงพื้นที่ท่องเที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย โดยมีนายโอฬาร ปัญโญภาส รองนายกเทศบาลตำบลแม่ยาว ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้านทอผ้าปางช้าง กลุ่มรถ ATV และพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าและม้งบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น

นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย (สสทน.เชียงราย)


***นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย (สสทน.เชียงราย) กล่าวว่า การพาคณะท่องเที่ยวมาลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวและยกระดับชุมชนบ้านแม่ยาวกะเหรี่ยงรวมมิตร ให้กลับมาเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในด้านวิถีชาติพันธ์กะเหรี่ยง เส้นทางทัวร์ช้าง การทอผ้าพื้นเมืองชาติพันธ์ กิจกรรมเดินป่าด้วย ATV ซึ่งเดิมที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก และหมู่บ้านก็อยู่ใกล้ตัวเมือง ตั้งแต่เหตุสถานการณ์โควิดและสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2567 บ้านเรือนพังทลายเสียหายมาก ต่อมายังประสบปัญหาเรื่องสารตะกั่วในลำน้ำแม่กกอีก ยิ่งทำให้หมู่บ้านกระเหรี่ยงรวมมิตรได้รับผลกระทบเสียหายอย่างหนัก นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่าร้อยละ 70 ซึ่งปางช้างก่อนนี้มีช้างอยู่จำนวนกว่า 70 เชือก ซึ่งปัจจุบันเหลือช้างอยู่เพียง 9 เชือกเท่านั้น บ้านเรือนถูกก็น้ำพัดเสียหายต้องมีการสร้างขึ้นใหม่จนสภาพเดิมเปลี่ยนไป สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย (สสทน.เชียงราย) จึงมีแนวคิดที่จะผลักดันให้หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรและหมู่บ้านยางคำนุเป็น 1 ใน 20 ชุมชนของจังหวัดเชียงรายที่เป็นหมู่บ้านแห่งการเรียนรู้และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้านวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ล้านนา การค้า และการทำผ้าทอพื้นเมืองชนเผ่ากะเหรี่ยง ในโครงการ Learning Cities knowledge Link Tourism โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย



***นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย (สสทน.เชียงราย) กล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้พาคณะนักท่องเที่ยวและเอเย่นทัวร์ลงพื้นที่ ทางชุมชนทุกคนมีความดีใจและมีความพร้อมที่จะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านแห่งการท่องเที่ยวใหม่อีกครั้ง ซึ่งการนำคณะมาลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากบริษัททัวร์ทั้งไทย และต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ที่แสดงความยินดีที่จะนำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร และขอขอบคุณบริษัททัวร์ที่มาร่วมคณะที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยง และได้มีการสั่งทำกระเป๋าผ้าทอสำหรับเป็นของขวัญและของที่ระลึกอีกด้วย การพาคณะท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้สร้างความมั่นใจได้ว่าหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรมีความพร้อมที่จะให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และพร้อมที่จะพัฒนา ให้หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรกลับมาเป็นหนึ่งใน Destination สำคัญของเชียงรายอีกครั้ง
///ศูนย์ข่าวเชียงรายทูเดย์
![]()
