7 ธันวาคม 2022

chiangraitodaynews

chiangraitodaynews

ชาวไร่ยาสูบคัดค้าน “คลัง-การยาสูบ” ลดโควตารับซื้อเหลือ 25% ซ้ำเติมชาวไร่ทั้งต้นทุนการผลิตสูง ปุ๋ยขึ้นราคา แต่ลดราคารับซื้อ

1 min read

***เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ส.ค.2565 ที่โถงหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและค้าใบยาสูบใน จ.เชียงรายกว่า 100 คน นำโดยนายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ. เชียงราย และนายณรงค์ศักดิ์ กิจพิทักษ์ ประธานเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชียงราย มารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมต่อไปยังกระทรวงการคลังและการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เพื่อขอให้ยกเลิกการปรับลดโควต้ารับซื้อใบยาสูบพันธ์เวอร์จิเนียลงอีก 25 %  และพิจารณาให้ความช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการปลูกใบยาสูบที่สูงขึ้นและยกเลิกการปรับลดโควต้ารับซื้ออีก 25% ทั้งที่มีการลดโควต้าการรับซื้อมาแล้ว 46 % มี นายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย รับหนังสือร้องเรียนจากชาวไร่เพื่อส่งต่อไปยังรมต.กระทรวงการคลังต่อไป หลังจากนั้นชาวไร่ยาสูบที่มาชุมนุมกันได้แยกย้ายกันกลับด้วยความสงบเรียบร้อย

นายณรงค์ศักดิ์ กิจพิทักษ์
ประธานเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชียงราย
นายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ
ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย

***นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ. เชียงราย กล่าวว่า ตัวแทนชาวไร่ยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียกว่า 1,200 คนในภาคเหนือ นัดรวมตัวกันหน้าศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขอให้ช่วยเหลือชาวไร่และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 1 หมื่นคนที่ต้องเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนปัจจัยการผลิตยาสูบ เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟฟ้า ค่าฟืน และค่าแรงงานเพิ่มสูงขึ้นกว่า 60 % แต่ราคารับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย(ยสท.) ไม่ได้ปรับขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงเลย ราคารับซื้อใบยาของ ยสท. ในปัจจุบันใช้มาเกือบ 10 ปีแล้ว หาก ยสท. ยังยืนยันจะใช้ราคาเดิม ชาวไร่และผู้บ่มฯ ก็ไม่สามารถปลูกใบยาสูบและประกอบอาชีพต่อไปได้

***การปลูกและบ่มใบยาพันธุ์เวอร์จิเนียในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ น่าน และพะเยา เป็นอาชีพท้องถิ่นที่ทำต่อเนื่องกันมาตลอดกว่า 60 ปี แต่ละปีมีผลผลิตใบยาประมาณ 10 ล้านกิโลกรัมส่งขายให้กับ ยสท. สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นรวม 1,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อครอบครัว แต่จากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบหลายครั้งตั้งแต่ปี 2560 ทำให้ ยสท. ปรับลดโควตารับซื้อใบยาพันธ์เวอร์จิเนียลง 50% เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันและจะประกาศลดโควตาลงอีก 25% สำหรับฤดูกาลผลิต 2565/66 ที่จะถึงนี้ ทำให้โควตาใบยาพันธ์เวอร์จิเนียถูกลดลงไปกว่า 56%

“หากราคารับซื้อของ ยสท. ยังเท่าเดิม และมีการลดโควตาลงอีก ชาวไร่คงทำอาชีพต่อไปไม่ได้แน่ๆ จึงอยากขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรมไปยังกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต ให้ชะลอการลดโควตาหรือปรับอัตราการลดโควตาไม่ให้สูงเกินไป และขอให้ ยสท. ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตยาสูบที่เพิ่มสูงขึ้นตามความเป็นจริง” นายกิตติทัศน์กล่าว

***นายณรงค์ศักดิ์ กิจพิทักษ์ ประธานเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชียงราย กล่าวว่า ตัวแทนชาวไร่ยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียกว่า 1,200 คนในภาคเหนือได้นัดรวมตัวกันหน้าศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไปถึง รมต.คลังเพื่อขอให้พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรปลูกยาสูบและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 10,000 คน ที่เดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนปัจจัยการผลิตยาสูบ ได้แก่ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟฟ้า ค่าฟืน และค่าแรงงาน ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60 % แต่ราคารับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทยกลับไม่ได้ปรับขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงมากว่า 10 ปี ซึ่งยสท. ยังยืนคงใช้อัตรารับซื้อในราคาเดิม ทำให้ชาวไร่และผู้บ่มใบยาไม่สามารถปลูกยาสูบและประกอบอาชีพเกี่ยวกับใบยาสูบได้ต่อไป หากการยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงรมต.กระทรวงการคลังและยสท.ไม่เป็นผล เกษตรกรไร่ยาสูบทุกจังหวัดจะยกระดับไปชุมนุมร้องเรียนที่กระทรวงการคลัง กทม.ต่อไป

***ด้านนายสุพจน์ เดชอูป กรรมการเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงมีพื้นที่ปลูกยาสูบพันธ์เวอ์จิเนียกว่า 15,000 ไร่ เมื่อปีก่อนมีการรับซื้อใบยาสูบจาก ยสท. จำนวน 3 ล้านกิโลกรัม มาในปีนี้ ยสท.ได้ประกาศลดการรับซื้อใบยาสูบลดลงเหลือเพียง 1.3 ล้านกิโลกรัม ซึ่งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่าเชื้อเพลิง ค่าน้ำมัน ค่าแรงงาน โดยเฉพาะค่าปุ๋ยซึ่งเป็นปุ๋ยเฉพาะสำหรับยาสูบ ปกติ50 ก.ก.ราคา 1,500 บาท มาปัจจุบันขึ้นเป็น 2,500 บาท โดย ยสท.ได้ให้เงินชดเชยกิโลกรัมละ 6.25 บาท ซึ่งยาสูบ 1 ไร่ต้องใช้ปุ๋ยประมาณ 200 ก.ก. ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก ราคารับซื้อเดิมอยู่ที่ 118 บาท/กิโลกรัม มาปีนี้รับซื้อที่ 116 บาท/กิโลกรัม และจำกัดโควตาการรับซื้อลงอีก 25 % เงินชดเชยที่ให้ทำให้ชาวไร่ได้กำไรจริงเพียงน้อยนิดเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการจ่ายโบนัสให้พนักงานของการยาสูบที่มีมูลค่าสูงกว่ามาก จากบัญชีงบดุลของ ยสท.ที่แสดงโดยเปิดเผย ปี 2563 ยสท.จ่ายโบนัสพนักงาน 52 ล้านบาท ปี 2564 จ่ายโบนัสให้พนักงาน 108 ล้านบาท ในขณะที่เงินชดเชยที่จะให้ชาวไร่กว่า 159 ล้านบาท ใน 2-3 ปีที่ผ่านมายังไม่ได้รับกันเลย โดยยสท.แจ้งว่า เงินชดเชยเป็นงบประมาณจากส่วนกลาง ถ้าอยากได้เร็วก็ให้ร้องเรียนไปที่กระทรวงการคลังหรือทางรัฐบาลเอง

/// ศูนย์ข่าวเชียงรายทูเดย์

อ่านแล้ว 283 ครั้ง