24 มิถุนายน 2026

chiangraitodaynews

chiangraitodaynews

นั่งร้านอุโมงค์ดอยหลวงทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ถล่ม ! ทับช่างเสียชีวิต 2 ราย สาหัส 2 ผู้ว่าฯเชียงรายสั่งให้การช่วยเหลือด่วน คาดเหตุสุดวิสัยฝนตกหนักดินอ่อนตัว ผู้ว่าฯแจ้งนายกอนุทินแล้ว

***เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 มิ.ย.2569 มีรายงานว่า ได้เกิดเหตุนั่งร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟภายในอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างก่อสร้างเส้นทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปสิ้นสุดที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว ระยะทาง 323.1 กิโลเมตร หลังจากมีการขุดเจาะดอยหลวงเพื่อเป็นอุโมงค์เชื่อมจากบ้านห้วยช้างลอด ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ไปยัง อ.เชียงของ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ขณะที่ช่างเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ไฟส่องสว่างภายในอุโมงค์ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวได้หล่นลงมาทับร่างช่างที่กำลังทำงานอยู่ในโครงเหล็กที่ทำเป็นนั่งร้านค้ำยันภายในอุโมงค์ เบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันจำนวน 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวน 3 ราย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ รฟท.และเจ้าหน้าที่เอกชนผู้รับเหมาก่อสร้างรวมทั้งหน่วยกู้ภัยแสงธรรมสาธารณกุศล ได้นำรถพยาบาลเข้าไปนำร่างช่างทั้งหมดที่ประสบเหตุออกจากอุโมงค์เป็นการเร่งด่วนนำทั้งส่งโรงพยาบาล

***บริเวณจุดเกิดเหตุพบว่ามีการขุดเจาะอุโมงค์จนแล้วเสร็จแข็งแรงดีแล้วโดยมีการฉีดคอนกรีตเข้าไปบนผนัง และมีการติดตั้งคานเหล็กเป็นนั่งร้านเป็นทางยาวภายในอุโมงค์ ด้านบนคานเหล็กเป็นอุปกรณ์ที่เป็นเส้นโลหะหนักมีลักษณะเป็นซี่โลหะที่เชื่อมเป็นวงกลม ซึ่งช่วงเกิดเหตุโลหะวงกลมดังกล่าวได้ตกลงมาทับร่างของผู้ประสบเหตุจนติดอยู่กับคานเหล็กดังกล่าว ซึ่งข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รฟท.และเอกชนที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป

***ต่อมาเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายจิตรกร ธิวงค์เวียง นายอำเภอดอยหลวง พร้อมคณะได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เป็นอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างก่อสร้างเป็นเส้นทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปสิ้นสุดที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว ระยะทาง 323.1 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์เชื่อมจากบ้านห้วยช้างลอด ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ไปยัง อ.เชียงของ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร โดยมีนายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวะกรโครงการฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้รอให้ข้อมูลว่า หลังจากได้ที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์คาดว่าเป็นไฟส่องสว่างตรงจุดหนึ่งภายในอุโมงค์ แต่อุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่ติดตั้งได้หล่นลงมาทับช่างที่อยู่ในโครงเหล็กที่ทำเป็นนั่งร้านค้ำยันในอุโมงค์

***นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวะกรโครงการ  กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดเกิดขึ้นตอน 16.30 น. เป็นเหตุสุดวิสัย อุโมงค์นี้คืออุโมงค์ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นอุโมงค์ 1 ใน 4 ของโครงการฯ มีความยาว 3.4 กิโลเมตร อุโมงค์นี้เจาะทะลุเรียบร้อยแล้วเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันกำลังทำ Protection ผนังคอนกรีต ซึ่งทำ Protection เรียบร้อยแล้วประมาณ 3 ใน 4 บริเวณดังกล่าวเป็นส่วนที่เจาะทะลุแล้วแต่ผนังยังเปลือยอยู่ ยังอยู่ในกระบวนการของการทำ Protection ปกติ คาดว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากพื้นที่ในอุโมงค์เพราะเจาะทะลุมานานประมาณกว่า 1 ปีแล้ว เป็นที่ทราบกันว่าพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีภูมิอากาศและภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่น ฝนตกหนัก ทำให้อุโมงค์รับน้ำฝนค่อนข้างมากตลอดปี น้ำที่สะสมตรงนี้อาจเข้าไปทำให้ผนังส่วนที่เปลือยนั้นเกิดความอ่อนตัว ซึ่งยังเป็นการติดตั้งในระบบตัวโครงสร้างและงานติดตั้งค้ำยันชั่วคราว

***นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวะกรโครงการ  กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ในส่วนการทำผนังคอนกรีต Protection ได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้มั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีเหตุเกิดใดเกิดขึ้นอีกไปจนถึงขั้นตอนการเปิดใช้บริการ ซึ่ง 3 ใน 4 ที่ดำเนินการทำเสร็จไปแล้วนั้น มีการมอนิเตอร์งานโดยตลอด ถ้าทำการติดตั้งแบบ Full function เรียบร้อยแล้ว ระบบน้ำที่เกิดขึ้นในอุโมงค์จะไหลไปตามฟังก์ชันที่ถูกออกแบบไว้

***นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวะกรโครงการ กล่าวต่อว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเหตุจากลักษณะโครงการ แต่เป็นเพียงลักษณะเหตุเฉพาะจุดและเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้สูญเสีย ได้ดำเนินการส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยเพื่อรักษาตัวต่อไปแล้ว และจะเข้าทำการเคลียร์พื้นที่โดยวันที่ 21  มิถุนายน 2569 จะทำการ Clearing อย่างเต็มรูปแบบและดำเนินการก่อสร้างต่อไป และจะควบคุมในลักษณะที่เป็นเคสอย่างนี้ว่าจะต้องค้ำยันให้แน่นหนาขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเข้าค้ำยันก็ต้องตรวจสอบสภาพที่แท้จริงของตัวผนังอุโมงค์ว่ามีความอ่อนแอมากน้อยเพียงใด และส่งผู้เชี่ยวชาญของสำนักธรณีวิทยาเข้าไปทำการประเมินอย่างละเอียดก่อนดำเนินการต่อไป ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อแผนงาน ไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเกิดการเปิดใช้งานในอนาคต

***อุโมงค์มีความยาว 3.4 กิโลเมตร และมีความยาวสูงมาก ที่ผ่านมาการทำงานมีความราบรื่นมาโดยตลอด และสาเหตุหลักเกิดจากภูมิประเทศและภูมิอากาศของจังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีเหตุภัยพิบัติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงเป็นเหตุที่เป็นอุปสรรคที่เกินคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำที่เกิดขึ้น แม้แต่แผ่นดินไหว ที่นี่รับแผ่นดินไหวมาแล้ว 3 ครั้งไม่ก็ยังเป็นอะไรเลย จึงขอยืนยันว่าที่นี่ไม่มีผลกระทบในระยะของการใช้งานและในระยะของการเปิดให้เปิดบริการแน่นอน นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวะกรโครงการกล่าวในที่สุด

***นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานสรุปของผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และรายงานจากนายอำเภอดอยหลวง ได้นำเรียนข้อมูลต่อถึงอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยกำลังปฏิบัติภารกิจร่วมกับนายกรัฐมนตรีอยู่พอดี ท่านนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ตนเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยทันทีเพื่อสรุปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ ซึ่งภาพรวมของเหตุการณ์เป็นเหตุสุดวิสัยและอุบัติเหตุจริงโดยมีความเกี่ยวโยงกับเรื่องของฝนที่ตกหนัก ซึ่งทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดได้มีการประเมินและเฝ้าระวังระบบน้ำต่างๆไว้แล้ว หลังจากนี้ ทางผู้ปฏิบัติงานจะต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพิ่มเติมในกรณีที่มีฝนตกในจุดดังกล่าวตามหลักวิศวกรรม ส่วนงานโครงการก่อสร้างจะยังคงดำเนินหน้าต่อไป

***ในส่วนของการดูแลคนงาน ตนได้ประสานงานร่วมกับทางรถไฟและแจ้งไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว ให้ช่วยดูแลผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บตามระบบต่างๆอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกท่านรับทราบและอุ่นใจได้ว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในไซต์งานอื่นๆ ซึ่งหลังจากที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วจะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว

**สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวทราบคือ นายอภิเดช แก้วประเคน อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 166 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนายตู้ ตู้ หุน อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 ราย ได้แก่ น.ส.สุภมาศ เขียวไสว อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 56/3 หมู่ 7 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายทูน ทูน วิน สัญชาติเมียนมา ปัจจุบันทั้งคู่ได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคระห์ 

***ทางด้าน พ.ต.อ.อรรณพ เลิศสุวรรณ ผกก.สภ.ดอยหลวง ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบร่วมกับวิศวกรโครงการฯ จากสอบสวนทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 18.45 น.อยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ค.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นความรับผิดชอบของ สภ.ดอยหลวง เนื่องจากส่วนปลายอุโมงค์ออกไปคือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย จากการตรวจสอบร่วมกันพบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการที่คนงานได้ขึ้นไปบนนั่งร้านเหล็กเพื่อเจาะยึดเหล็กเข้ากับผนังอุโมงค์ ซึ่งเป็นดินที่ถูกขุดเจาะแล้ว แต่ปรากฎว่าหินจากผนังได้หลุดร่วงลงมาทับคนงานอย่างกระทันหัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ร.ต.อ.พัลลภ สุขใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ดอยหลวง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและพยานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

***สำหรับโครงการเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2561 อนุมัติให้ รฟท.ทำการก่อสร้างด้วยงบประมาณ 85,345 ล้านบาท ตั้งแต่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จนถึงชายแดนไทย-สปป.ลาว อ.เชียงของ รวมระยะทาง 323.1 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค.2571 โดยสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 71 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2565 สิ้นสุดงานตามสัญญาวันที่ 14 ม.ค.2571 ระยะทางโครงการ 87 กิโลเมตร โดยมีอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งเป็น 1 ใน 4 อุโมงค์ของโครงการนี้ซึ่งมีความยาว 3.4 กิโลเมตรและแผนงานสะสมคืบหน้าแล้ว 62.91% ผลงานสะสม 72.12% เร็วกว่าแผน 9.21%.

ขอบคุณข้อมูลข่าว/ภาพจาก : เพจท้องถิ่นนิวส์

///ศูนย์ข่าวเชียงรายทูเดย์

Loading