20 เมษายน 2026

chiangraitodaynews

chiangraitodaynews

My Story @ Nui Pratoonum : Ep.1 เมื่อไหร่-อะไร-ทำไม-อย่างไร “นามนั้นจึงสำคัญฉะนี้”

***เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่ 2 ของปี 2569 เดือนนี้มีความหมาย เพราะเป็นเดือนที่เมืองเชียงรายจะมีอายุแก่กว่า “หนุ่ย ประตูน้ำ” 700 ปีพอดิบพอดี พี่น้องชาวเชียงรายได้ร่วมกันทำบุญเฉลิมเมืองเชียงรายอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช (พ่อขุนเม็งรายมหาราช) ห้าแยกเมืองเชียงราย และในโอกาสนี้ยังเป็นโอกาสแซยิดรำลึก 64 ปี “หนุ่ย ประตูน้ำ” ด้วยในวันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569

***ย้อนเวลาหาอดีตเมื่อปี 2505 เด็กชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัว “สองสมุทร” โดยบุรพการี คุณพ่อฑูรย์ (หมุ่ย) คุณแม่ลัดดา (น้อย) สองสมุทร ตั้งชื่อให้ว่า “ธาดา” ซึ่งพ่อแม่เรียกชื่อเด็กคนนี้ว่า “หนุ่ย” ให้พ้องเสียงกับชื่อของพ่อชื่อ “หมุ่ย”

***ส่วนนามสกุล “สองสมุทร” นั้นก็มีตำนานประวัติศาสตร์ที่ได้รู้มาภายหลังจาก “ครูสุอุทัย สองสมุทร” ผู้อาวุโสในตระกูลสองสมุทร ที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เพิ่งได้มารู้จักกันเมื่อปี พ.ศ.2555 นี้เองบนโซเชียล “Facebook” ครูสุอุทัยท่านเห็นนามสกุล “สองสมุทร” ใน Facebook จึงทักมาหาว่า “เธอคือคนในตระกูลสองสมุทรคนหนึ่ง อยากรู้ไหมว่า เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ด้วยความอยากรู้จึงได้ขอให้ “ครูสุอุทัย” ช่วยเล่าให้ฟังทันที

ซินแซ ติน เตีย ห่าง
คุณพ่อฑูรย์ สองสมุทร (หมุ่ย)
คุณแม่ลัดดา สองสมุทร (น้อย)

เฉลยที่มาตระกูลสองสมุทรจาก “ขุนสมุทร” สองพี่น้อง

***ครูสุดอุทัยเล่าว่า “เธอเป็นลูกของ นายไพฑูรย์ ลูกชาย 1 ในลูก 8 คนของ ซินแซ ติน เตีย ห่าง ชายชาวจีนที่บุกน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะไหหลำ เกาะในทะเลจีนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ กับ “นางเหี้ยง” หญิงพื้นถิ่น บ้านดอนชาย อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ชื่อพ่อเธอชื่อ “หมุ่ย” มีพี่น้องรวม 8 คน คนโตชื่อ “แหวง” พ่อเธอเป็นคนที่ 6 เดิมใช้สกุล “แซ่ฮ่อ” แล้วมาเปลี่ยนเป็น “สองสมุทร” ตอนหลังตามลุงป้าน้าอาที่สืบทอดบรรพบุรุษมาจาก “ขุนสมุทรสอน” กับ “ขุนสมุทรเย็น” สองพี่น้องที่ได้รับพระราชทานนามให้เป็นข้าราชการดูแลความสงบร่มเย็นในพื้นที่หัวเมืองชายฝั่งทะเลของมณฑลภาคใต้ในสมัยรัชกาลที่ 6 ลูกหลานที่สืบทอดสายเลือดในรุ่นต่อมาจึงพร้อมใจกันตั้งนามสกุลของตัวเองในเวลาต่อมาว่า “สองสมุทร” ตามนามบรรพบุรุษสองขุนสมุทร เหตุแห่งความเป็นมาของนามสกุล “สองสมุทร” จึงเป็นมาเช่นนี้

***ครูสุอุทัย เล่าให้ฟังต่อว่า คนตระกุลสองสมุทรในรุ่นต่อมายังมีการแตกนามสกุลออกไปอีกหลายนามสกุล เช่น สองสมุทร์, ทองสมุทร, ดวงสมุทร แต่นามสกุล “ศรีสมุทร” ของ “คุณไชยยนต์” นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลแม่สาย จ.เชียงราย เราเนี่ย จะมีที่มาจาก “สองขุนสมุทร” ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้ามีโอกาสได้พบเจอท่านคงจะต้องลองถามดูหน่อยแล้วครับ

เหตุใดโครโมโซมนาม “ธาดา” จึงกลายพันธ์มาเป็น “หัสดินทร์ธร”

***ชื่อ “ธาดา” ที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นนามมงคล มีความหมายดีนั้น แท้จริงมีความหมายดีมาก หมายถึง “ผู้สามารถ” หรือ “พระนารายณ์” แต่กลับกลายเป็นว่า “ด.ช.ธาดา” กลับกลายเป็นเด็กเลี้ยงยาก สามวันดีสี่วันป่วย จนแม่ต้องไปถามหลวงตาวัดชัยมงคลย่านฝั่งธนฯในสมัยนั้นให้ช่วยดูดวงชะตาให้หน่อย หลวงตาท่านบอกว่า ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก เด็กคนนี้ไม่เป็นไรง่ายๆมันเป็นลูกพระแก้วมรกต ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ นับแต่นั้นจึงยังใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด จนพ่อแม่ละสังขารลาจากไปเมื่อปีพ.ศ.2550 จึงคิดเปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่ เพราะความที่เป็นเด็กขี้โรคหนึ่ง อีกเหตุหนึ่งเพราะชื่อนี้ถูกเพื่อนล้ออยู่บ่อยครั้งเป็นประจำว่าเป็น “ธาดา นารีอุปถัมภ์” ตามชื่อตัวเอกในละครทีวีช่อง 5 สมัยที่ทีวียังเป็นจอขาวดำอยู่ หมายถึงผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกิน ที่สมัยนั้นเขาเรียกหยาบๆว่า “แมงดา” นั่นแหละ ทำให้ไม่ค่อยอยากใช้ชื่อนี้เลย เพราะจะถูกเพื่อนล้อประจำว่า “ไอ้แมงดา นารีอุปถัมภ์”

***หลังจากบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ครบ 15 วัน ได้สึกออกมาแล้วก็คิดจะเปลี่ยนชื่อตัวเองเสียใหม่อยู่หลายตลบ เพราะไม่อยากถูกล้อเป็น “แมงดา นารีอุปถัมภ์” ชื่อที่ชื่นชอบมากๆในตอนนั้นคือชื่อของ “พี่แผน” หัสบดินทร์ โรจนชีวะ” นักยูโดสายดำ (ปัจจุบันเป็นนายกสมาคมยูโดแห่งประเทศไทย) ที่เคยไปเป็นศิษย์ให้ท่านสอนวิชาให้สมัยเรียนมัธยมต้น เลยคิดจะเปลี่ยนชื่อเป็น “หัสบดินทร์” บ้าง แต่ด้วยความที่ไม่ชอบเลียนแบบใคร ก็เลยเอามาประยุกต์สมาสคำจากคำว่า “หัสสะ” มาบวกด้วย “บดินทร์” แล้วใส่คำว่า “ธร” ต่อท้าย ให้มีอักษร ธ. ธง คงอักษรที่พ่อแม่เคยตั้งชื่อไว้ให้แต่ต้นสักตัวหนึ่ง เอาไว้เป็นสิริมงคลคุ้มเกล้า จึงได้ออกมาเป็น “หัสดินทร์ธร” ด้วยประการฉะนี้แล คำแปลก็ดีอยู่มิใช่น้อย แปลว่า “ราชาเจ้าสำราญ” แต่ก็ไม่ชอบคำแปลนี้อีก เลยตั้งคำแปลเองใหม่ว่า “ราชันย์ผู้ไม่แพ้” ดูถูกจะใจเรามากที่สุด

แล้ว “หนุ่ย ประตูน้ำ” ชื่อนี้เจ้าได้แต่ใดมา

***ในช่วงเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2524 ได้ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ห้องอาหารของปิกัสโซ่อาบอบนวด (ชื่อสมมุต) ริมคลองแสนแสบ ย่านประตูน้ำ เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ ได้รู้จักกับ ”พี่ปาน สีแดง” สมเจตน์ มุฑิตากุล นักศึกษาโข่ง หนุ่มใต้ชาวภูเก็ต เป็นนักเขียนเรื่องสั้นแนวตลกขบขันของสำนักพิมพ์ชุณหสาส์น แกได้ชักชวนให้ลองเขียนเรื่องสั้นแนวตลกขบขันมาฝากลงจะให้ค่าน้ำหมึกตอนละ 700 บาท (ประมาณ 3 หน้ากระดาษฟุตสก๊ป) หาเงินเป็นค่าข้าวค่ารถเมล์ไปเรียนรามฯ ก็เลยเอาเรื่องราวจากประสบการณ์การทำงานที่ห้องอาหารปิกัสโซมาเขียน จนกลายมาเป็นเรื่องสั้นขวัญใจหมอนวดและนักท่องราตรีมาตลอดกว่า 4 ปีที่เรียนรามฯ

***แต่การจะเป็นนักเขียนได้ก็ต้องมีนามปากกา นั่งคิดนามปากกาให้ตัวเองอยู่นานเพื่อเอาไปให้ “พี่ปาน” ช่วยดูให้ แต่ก็แป้กทุกชื่อไป เพราะไปตรงกับนามพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทุกนาม ทั้ง เขียวเสวย เขียวไข่กา เขียวหวาน เอ่ยขึ้นมาแต่ละชื่อให้พี่แกพิจารณา แกต้องยกมือเบรกห้ามไว้บอกว่า “ไม่ด๊ายย … ไม่ได้… นามในหลวงรัชกาลที่ 6 … ใช้ไม่ได้…ไม่ได้เด็ดขาด” เลยถามแกว่า แล้วจะใช้ชื่ออะไรดีล่ะครับท่านพี่ แกก็เลยออกไอเดียบรรเจิดให้ว่า “งั้นก็ใช้ชื่อ “หนุ่ย” นั่นแหละ ทำงานอยู่แถวประตูน้ำ ก็ใช้ชื่อ… “หนุ่ย ประตูน้ำ”…นี่แหละเหมาะดีที่สุดแล้ว เหมือนอย่างกับนักเขียนชื่อดังหลายคนสมัยนั้น อย่างเช่น “ต๊ะ ท่าอิฐ” หรือ “บุษบา ท่าพระจันทร์” ไง สุดท้ายฉันเลยโอเค ! จึงได้นามปากกาเป็น “หนุ่ย ประตูน้ำ” ตั้งแต่นั้นมา ใช้เขียนเรื่องสั้นแนวตลกขบขันลงใน “หนังสือขายยิ้ม” ยุคเดียวกับ”ขายหัวเราะ” มีหนังสือออกมา 12 ฉบับ จำนวน 24 เรื่องสั้น ในแนวชีวิตคนกลางคืน เป็นขวัญใจหมอนวดคู่ใจนักเที่ยวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

***หลังจากนั้น “หนุ่ย ประตูน้ำ” ก็มีผลงานแนวรักกุ๊กกิ๊กออกมาอีก2-3 เล่ม ย้อนแนวชีวิตรักนักศึกษาของยอดนักเขียนดัง “ศุภักษร” แต่เป็นชีวิตรักนักทำงาน เช่น ยอดรักนักเขียน ยอดรักนักขาย ยอดรักนักพนัน ยอดรักนักร้อง เป็นต้น เขียนลงในหนังสือ “ขายยิ้ม” , “ยิ้มแป้น” , และนิตยสารเพื่อนหนุ่มสาว หนังสือในเครืออัครเสนีย์ เสียดายหนังสือที่เขียนไว้ทุกเล่มอุตส่าห์เก็บตัวอย่างต้นฉบับบพิมพ์ไว้เป็นอย่างดี ฉบับละ 2-3 เล่มไว้เป็นผลงานที่ระลึก เพื่อนวงการกลางคืนดันยืมไปอ่านแล้วไม่คืน แถมตอนลาออกจากงานไปแล้วดันหอบเอาหนังสือผลงานเรากลับบ้านไปซะด้วยอีก เลยไม่เหลือเอาไว้เป็นผลงานทำยาโชว์เขาเลยสักเล่ม ที่น่าเสียดายกว่านั้นในตลาดหนังสือเก่าก็หาไม่มีแล้วอีกด้วย                     

***ตลอดเส้นทางถนนสายตัวอักษร ปากกา และน้ำหมึก สู่โลกออนไลน์ โลกาภิวัฒน์ไร้พรมแดน ยุคโซเชียลสังคมก้มหน้า ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยถูกบันทึกนี้ “หนุ่ย ประตูน้ำ” จึงขอนำมาบันทึกเรื่องราวของบุรุษทรนงผู้ปิดทองหลังพระคนนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แทนผลงานที่หายไปพร้อมประกาศเกียรติคุณที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือซื้อหา ให้เป็นตำนานที่ควรหรือมิควรก็แล้วแต่ท่านจะโปรด ขอให้ผู้รักการอ่านทุกท่านได้อ่านเพื่อความบันเทิงแทรกความรู้ในยุคร่วมสมัยที่ท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนได้รับรู้ เป็นทั้งแนวดราม่า เป็นทั้งแอ็คชั่น และแนวฮูเมอร์ ทีจะถ่ายทอดให้ผู้รักการอ่านทุกท่านได้สัมผัสอักษรานุสรณ์นี้ตามอัธยาศัย ผู้ไม่อ่านย่อมไม่รู้ ผู้ไม่ดูย่อมไม่เห็น แล้วท่านจะรู้ว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่าย ไม่มีอะไรที่จะเป็นได้อย่างใจคิด สิ่งที่มีอาจจะไม่เคยได้คาดหวัง สิ่งที่เป็นอาจไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นไปมันก็อาจต้องเป็นไป ดังเช่นชื่อ “หนุ่ย ประตูน้ำ” ที่ไม่ได้เป็น “เขียวเสวย” หรือเขียวใดๆ เพราะมันคงไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา ไม่มีอะไรเป็นเหตุบังเอิญ ทุกอย่างที่เป็นมันถูกกำหนดไว้แล้วจากสวรรค์

***เพิ่งได้รู้มาตอนหลังอีกว่า นามลิขิตพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ไม่มีเขียวที่ว่าเลยสักเขียวเดียว มี้พียงนาม “ไก่เขียว” เพียงนามเดียวเท่านั้นที่เป็นลิขิตพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ส่วน “เขียวหวาน” ก็เป็นนามปากกาของ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ไม่รู้ว่า “พี่ปาน” แกล้งหลอก หรือว่าเราแกล้งโง่กันแน่ในเรื่องนี้ ก็นั่นแหละถึงบอกว่ามันไม่ใช่เหตุบังเอิญ เป็นเพราะสวรรค์ต้องการให้เราเป็น “หนุ่ย ประตูน้ำ” คู่วรรณกรรมสายออนไลน์มากกว่าละมั๊ง

***Ep.หน้า “หนุ่ย ประตูน้ำ” จะพาทุกท่านผ่านกาลเวลาในยุควัยเรียนที่อยากเป็นหมอ แต่วาสนาเป็นได้แค่ “นักเขียนไส้แห้ง” สู่นักขายที่หนีไม่พ้นต้องขายหนังสือ กับการเป็นนักเขียนเรื่องสั้นแนวคนกลางคืน อาบประสบการณ์เข้ม ข่ม ขืน เคี่ยวจนข้น ล้มจนรุ่งโรจน์ จบสุดท้ายด้วยสัจธรรม “สุขอื่นใดเหนือความสงบนั้นไม่มี”

ยังไปต่อไม่ได้พอแค่นี้
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
สวัสดีพี่น้องชาวเชียงราย

หนุ่ย ประตูน้ำ

เสาร์ 21 กุมภาพันธ์ 2569

#MyStory #Nui Pratoonum #เชียงรายทูเดย์

ขอบคุณภาพเก่าบางส่วนจาก : เพจ สองสมุทร สองสมุทร์ ทองสมุทร ดวงสมุทร และคุณปาริชาติ สองสมุทร (คุณปูน้องคุณหนุ่ย)

Loading

More Stories