5 มีนาคม 2026

chiangraitodaynews

chiangraitodaynews

My Story @ Nui Pratoonum Ep.2 เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไป ชะตาชีวิตเปลี่ยนผัน จบกัลยาฯมาต่อเทพศิรินทร์อยากเป็นหมอ เอ็นฯไม่ติดไปเรียนรามฯเป็นนักเขียนไส้แห้ง

***เมื่อครั้งยังเด็กเยาว์วัย “หนุ่ย ประตูน้ำ” เป็นนักเรียนที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไรนักหนา ซ้ำออกจะหัวทึบเอาเสียด้วย ชอบวาดรูป เขียนกลอน ตั้งแต่เรียนประถม 7 เคยแต่งเรียงความได้คะแนนเต็ม 10 จากคุณครูประจวบ หาบุญมา เคยวาดภาพได้คะแนนเต็ม 10 อีกอย่างไม่น่าเชื่อ จาก อ.มาวิน ทาเวียง ครูศิลปะที่จบมาทางสายนี้โดยตรงจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ดูท่าจะมีแววเป็นศิลปินมาแต่นั้น

***เวลาและวารี มิยินดีจะคอยใคร ปราชญ์ท่านใดไม่รู้ได้กล่าววาจานี้ไว้ แต่ “หนุ่ย ประตูน้ำ” ได้ฟังครั้งแรกจากปากของ “คุณครูธรรมประสงค์ มณีจันทร์” คุณครูสอนภาษาอังกฤษ สมัยเรียนชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนกัลยานุเคราะห์ แถวซอยงามดูพลี ย่านทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โรงเรียนที่มีเจ้าของโรงเรียนเป็นผู้หญิง ท่านคือ “อาจารย์ปราศรัย พนมยงค์” หลานสะใภ้ท่านปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษคนสำคัญของไทย โรงเรียนนี้จึงได้มีชื่อว่า “กัลยานุเคราะห์” แปลว่า “ผู้หญิงเป็นผู้ดูแล” หรือ “นารีอุปถัมภ์” ซึ่ง “หนุ่ย ประตูน้ำก็นึกเอะใจว่าเจอ “นารีอุปถัมภ์” อีกแล้ว แต่ตอนนี้กลับถูกล้อจากเพื่อนต่างสถาบันว่า “หนุ่ย ไก่ย่างเน่า” เหตุเพราะชื่อย่อโรงเรียนที่ปักบนหน้าอกเสื้อ ปักว่า “ก.ย.น.” เลยถูกล้อเป็น “ไก่ย่างเน่า” ซะงั้น

***ครูธรรมประสงค์ มณีจันทร์ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่มีเทคนิคการสอนให้จดจำง่าย จำแล้วจำขึ้นใจไม่มีวันลืม อย่างเช่น คำกริยาในภาษาอังกฤษที่ว่า คำกริยาที่มาต่อท้ายคำกริยาเหล่านี้ ต้องใช้คำกริยาเติม ing จะไม่ต่อด้วย to แล้วตามหลังกิริยา ซึ่งมีไม่กี่คำเป็นคำเฉพาะที่ต้องจำ คุณครูธรรมประสงค์ท่านแต่งเป็นบทกลอนไว้ให้จะได้ท่องจำได้ง่าย จำแล้วไม่ลืม เหมือนท่องสูตรคูณ สอง-หนึ่ง-สอง, สอง-สอง-สี่ ฯลฯ อะไรทำนองนั้น คำศัพท์เหล่านี้ท่านแต่งเป็นกลอนได้ดังนี้

“ให้ Advoid หลีกเลี่ยง ลองเสี่ยง Risk

เสร็จ Finish , Enjoin พลันที่ฉันหมาย

มัว Prevent ขัดขวาง ไม่ลอง Try

เธอเลย Mind รังเกียจเสียดหัวใจ”

***ภายในลำนำกลอนนี้มีคำภาษาอังกฤษอยู่ 7 คำ ทีได้แทรกคำแปลแต่ละคำไว้ในบทแล้ว และทั้ง 7 คำนี้ ต้องต่อท้ายด้วยคำนาม หรือ คำกิริยาเติม ing เท่านั้นจึงจะถูกหลักไวยกรณ์ ทุกวันนี้ยังจำได้แม่นยำตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 จนปีนี้ พ.ศ.2569 (50 ปีมาแล้ว) ยังจำได้แม่นยำไม่เคยลืมเลย

***คุณครูธรรมประสงค์ได้ยกสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า  “Time and tide wait for no man” วลีเด็ดของสุดยอดกวีชาวอังกฤษ เจฟฟรีย์ ชอเซอร์ (Geoffrey Chaucer) กวีผู้ได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งวรรณคดีอังกฤษ” ได้บันทึกวลีนี้ไว้ในผลงานชื่อ The Canterbury Tales ตอน Clerk’s Tale เมื่อประมาณปี พ.ศ.1938 (ค.ศ. 395) ส่วนท่านที่นำมากล่าวเป็นสำนวนไทยได้ตรงและใกล้เคียงกับวลีเด็ดของเจฟฟรีย์ ชอเซอร์ ที่สุดคือ พระครูวัชรญาณโสภิต แห่งวัดบรรพตาวาส บนเขากระจิว จังหวัดเพชรบุรี ได้แต่งสำนวนกลอนไว้ว่า  

***อันเวลาและวารี มิได้มีไว้คอยใคร

เรือเมล์และรถไฟ ย่อมแล่นไปตามเวลา

ถ้าโอ้เอ้และอืดอาด อาจจะชวดสิ่งที่ปรารถนา

โอ้ว่าอนิจจา เรามาช้าเกินไป

***กล่าวมาถึงตรงนี้ ท่านผู้ติดตามคงจะงงๆว่า “นี่คืออะไร” ข้าพเจ้า “หนุ่ย ประตูน้ำ” กำลังจะบอกเล่ากับทุกท่านว่า เวลาผ่านไปรวดเร็ว ไม่เคยรั้งรอใคร เวลายังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ และสัจจธรรมที่แท้จริงของเวลาคือ “เวลาย่อมกลืนกินทุกสรรพสิ่ง”

เรียนรามฯเป็นนักเขียนไส้แห้งหาเงินเรียนหนังสือ

***คนทุกคนย่อมมีที่ไปที่มา แท้เจริง นาม “หนุ่ย ประตูน้ำ” มีคำถามว่า ทำไมจึงต้องเป็น “หนุ่ย ประตูน้ำ” ขอย้อนหลังกลับไปในปี 2524 “หนุ่ย ประตูน้ำ” มีนามเดิมว่า “ธาดา สองสมุทร” ชื่อที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดตั้งไว้ให้ตั้งแต่เกิด มีคำแปลว่า “ผู้สามารถ หรือ พระนารายณ์” เป็นชื่อที่ดี มีความหมายดีงาม ชื่อเล่น พ่อ-แม่เรียกว่า “หนุ่ย” เนื่องจากพ่อเป็นคนใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนแม่เป็นคนปราจีนบุรี คนใต้มักเรียกลูกตัวเองว่า “นู๊นุ๊ย” เพื่อให้ออกเสียงได้ง่ายเพราะแม่เป็นคนภาคกลาง จึงเรียกว่า “หนุ่ย” ออกเสียงได้ง่ายดี หลังจาก “คุณพ่อไพฑูรย์-คุณแม่ลัดดา สองสมุทร” สิ้นบุญไป ราวปีพ.ศ. 2545 “นายธาดา สองสมุทร” ก็ได้เปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่เป็น “หัสดินทร์ธร สองสมุทร”

***ก่อนหน้าพ่อแม่สิ้นบุญ “นายธาดา”ในวัยเรียนชั้นประถม 6 ประถม 7 ได้ทำหนังสือทำมือเป็นหนังสือการ์ตูนของฮีโร่ญี่ปุ่นสมัยนั้น ได้แก่ อุลตร้าแมน ไอ้มดแดง วาดเอง แต่งเรื่องเอง เย็บเล่มเองด้วยสมุด 40 แผ่น เอามาแบ่งให้เพื่อนๆดู เพื่อนๆชอบใจว่าวาดได้สวยเหมือนในหนังญี่ปุ่นเลย เลยทำมาแบ่งให้เพื่อนอ่านอยู่หลายเล่ม แล้วก็ชอบต่งกลอนให้เพื่อนอ่านเล่น เป็นกลอนแปดแบบสุนทรภู่ เคยส่งไปชิงรางวัลช่อการะเกด (เวทีประกวดและยกย่องเรื่องสั้นยอดเยี่ยมของไทย ก่อตั้งโดย คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี เจ้าของนามปากกาสิงห์สนามหลวง เจ้าของนิตยสารช่อการะเกด เพื่อส่งเสริมวงการวรรณกรรมและนักเขียนหน้าใหม่ เป็นรางวัลที่มีชื่อเสียงด้านความเข้มข้นในการคัดเลือกผลงาน ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูงในฐานะพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพในวงการเรื่องสั้นไทย แต่ไม่ได้รับรางวัล

***หลังจากนั้นมาสอบได้ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนหลวงอันดับ 3 ของประเทศ และยังเป็นโรงเรียนที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเคยทรงศึกษาอยู่ที่นี่ เขารับชั้นมัธยมปลายแค่ 50 คน “หนุ่ย ประตูน้ำ” สอบได้คนที่ 50 พอดี ด้วยพื้นเป็นคนชอบวิทยาศาตร์อยู่แล้วนอกจากวิชาศิลปะพวกขีดๆเขียนๆ จึงเบนเข็มอยากเป็นหมอรักษาคน แต่สวรรค์ไม่ได้ให้พร จึงไม่มีพรสวรรค์อย่างว่า เพราะดันซ่อมคณิตศาสตร์ ฟิสิค เคมี ทุกภาคเรียนเอาตัวแทบไม่รอด แถมยังไม่เจียมบอดี้ เลือกคณะแพทย์ 2 อันดับ อันดับ1 แพทย์จุฬา อันดับ 2 แพทย์ศิริราช แถมยังมีอันดับ 3 เป็นวิทยาศาสตร์ ม.ประสานมิตรอีกด้วย ใครที่เคยผ่านเวทีสอบเอ็นทรานซ์สมัยก่อนจะรู้ดี ถ้าเลือดอันดับแบบนี้ตกท้าตายลูกเดียว ไม่มีทางเอ็นฯติด และก็เป็นจริง ไม่มีชื่อ “ธาดา สองสมุทร” บนบอร์ดประกาศผล ยังคิดว่าเขาพิมพ์ตกเสียด้วยซ้ำ

***เมื่อฝันสลายจึงต้องปล่อยไปตามยถากรรม มาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดอย่าง  ม.รามคำแหง เป็นลูกน้ำเงิน-ทอง ที่คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โทสื่อสารมวลชน จึงได้มาเริ่มเขียนเรื่องสั้นแนวตลกขบขันให้กับสำนักพิมพ์ชุณหสาส์น จากคำแนะนำเชิญชวนของ “ปาน สีแดง” นามปากกาของ คุณสมเจตน์ มิฑิตากุล นักเขียนเรื่องสั้นชื่อดังนามกระเดื่องในสมัยนั้น ในขณะที่ “นายธาดา” ยังเรียนระดับ ป.ตรี อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โทสื่อสารมวลชน หารายได้พิเศษด้วยการเขียนเรื่องสั้นขาย ในอัตราตอนละ 700 บาท ต่อ 4 หน้ากระดาษฟุตสแก๊ป เดือนหนึ่งเขียนได้ 1-2 ตอน ก็เรียกได้ว่า รายได้ยังไม่พอยาไส้ เข้าตำรา “นักเขียนไส้แห้ง” จริงๆ ตามคำโบราณเปรียบเปรย

เส้นทางที่มานามปากกา “หนุ่ย ประตูน้ำ”

***จะเป็นนักเขียน ก็ต้องมีนามปากกา คิดนามปากกาให้ตัวเองจนหัวแทบระเบิด ก็หาชื่อที่ถูกใจถูกกึ๋นไม่ได้ แรกๆก็มีชื่อ ธ. ศรีสุราษฏร์ จะให้ละม้ายคล้ายกับ “ส.อาสนจินดา” นักแสดง/ผู้กำกับอาวุโสมากฝีมือ หรือ ท.เลียงพิบูลย์ นักเขียนนิยายสอนชีวิตแนวพุทธ เรื่องกฎแห่งกรรม นามปากกานี้ต่อมาใช้เป็นนามปากกาเขียนเรื่องสั้นแนวนิยายรักรักศึกษา แต่จะแหวกแนวออกไปเป็นนิยายรักสายอาชีพที่เคยเขียนให้สำนักพิมพ์ชุณหสาส์นก็มีเพียง 3-4 ตอนเท่านั้น เช่น ยอดรักนักขาย ยอดรักนักร้อง ยอดรักนักข่าว เป็นต้น จนแล้วจนรอดก็ไม่เข้าท่าเข้าทางเป็นที่ต้องใจ มีชื่อหนึ่งก็ดูดี นามปากกาว่า “ช่อรำเพย” เพราะเป็นนักเรียนเก่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ เป็น “โรงเรียนหลวง” อย่างที่คนเก่าเรียก คนยุคใหม่สมัยนี้เขาเรียว่า “โรงเรียนรัฐ” นามปากกานี้เป็นนามปากกาของลำนำกลอนส่วนใหญ่ ต่อมาเขียนกลอนบทใหม่จะใช้นาม “หนุ่ย ประตูน้ำ” เหมือนจะโชว์ว่า หนุ่ย ประตูน้ำ เป็นนักเขียนหลากลวดลาย รังสรรค์ได้ไม่เลือกวรรณกรรม

***จริงๆไม่ได้อยากเป็นนักเขียนตั้งแต่ต้น แต่อยากเป็นหมอรักษาคนป่วยไข้มากๆ ดูว่าเป็นอาชีพที่ดู “เท่” เงินเดือนก็ “สูง” ดูแนวว่าพอจะมีทาง เพราะดันมาสอบคัดเลือกติดที่โรงเรียนหลวงระดับต้นๆของประเทศ อย่างโรงเรียนเทพศิรินทร์ เป็นรองก็แต่โรงเรียนสวนกุหลาบ กับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซ้ำยังสอบติดในโปรแกรม 1 วิทย์-ชีวะ ซึ่งเป็นโปรแกรมในระดับสายมัธยมที่สามารถเลือกสอบเอนทรานซ์เข้าเรียนแพทย์ได้เพียงโปรแกรมเดียวเท่านั้น

***แต่สวรรค์ไม่ได้ให้พร จึงไม่มี “พรสวรรค์” สอบเข้าโปรแกรม 1 วิทย์-ชีวะ ที่โรงเรียนหลวงลำดับ 3 ของประเทศได้ แต่ไร้วาสนา สอบติด F คณิตศาสตร์ ฟิสิค เคมี ซึ่งเป็นวิชาหลักของคนเรียนหมอ ซ้ำยังไม่เจียมบอดี้ เลือกสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ 2 อันดับ อันดับต้นๆที่เลือกมี อันดับ 1 หมอจุฬา อันดับ 2 หมอศิริราช อันดับ 3 วิทยาศาตร์ ศรีนครินทร์ ประสานมิตร  อันดับ 4-5-6 ไม่ต้องพูดถึง ถ้าอันดับ 1 ร่วง เท่ากับร่วงทั้งแผง วันไปดูประกาศผลสอบเอ็นทรานซ์กับเพื่อน เพื่อนๆแต่ละคนก็เฮกัน สอบติดหมอ สอบติดวิศวะ สอบติดวิทยาศาสตร์ เราก็คิดว่า “เราก็น่าจะติดกับเขาด้วยมั๊ง”

***เขาแจ้งให้ไปดูใบประกาศผลสอบแผ่นที่ 13 กระดานที่ 2 เราเข้าไปดูอย่างใจจดใจจ่อด้วยความตั้งใจ …. เจอแล้ว ใบประกาศแผ่นที่ 13 มีรายชื่อ 2 แถว แถวละ 10 คน ไล่ดูจากบนลงล่าง ไม่เจอ ! ชื่อ “ธาดา สองสมุทร” อยู่ไหนวะ ? … เขาพิมพ์ตกหรือเปล่า ให้เพื่อนช่วยกันดู 3-4 คน เพื่อนตะโกนบอกอย่างตื่นเต้นปนตระหนก “ไอ้ดา … ชื่อมึงไม่มีว่ะ”

***สุดท้ายต้องยอมรับ ลิขิตสวรรค์ “ชื่อกูไม่มี กูเอ็นไม่ติด” ความคิดผุดขึ้นเป็นทาง 2 แพร่ง แพร่งที่ 1 รอเอ็นฯใหม่ แพร่งที่ 2 เรียนรามฯ !

***และสุดท้ายของท้ายสุด ต้องหักมุมยอมรับชะตากรรมบวกชะตากู เรียนรามดีที่สุดแล้ว จึงได้มาเป็นลูกพ่อขุนราม เลือดน้ำเงินทอง ระหว่างเรียนที่รามคำแหงจึงได้พบกับ “พี่ปาน สีแดง” นักศึกษาโข่ง ลูกสะตอเมืองใต้ คนภูเก็ต นักเขียนเรื่องสั้นแนวตลกฮาเฮ รุ่นเดียวกับ “ศุภักษร” นักเขียนเรื่องสั้นนิยายรักนักศึกษาผู้โด่งดัง “พี่ปาน” ชวนมาเขียนเรื่องสั้นตลกๆส่งโรงพิมพ์ งานชิ้นแรกของนักเขียนฝึกหัด ได้ตอนละ 200 บาท ในใจคิดว่า “เอาวะ ! … ไม่ได้เป็นหมอ เป็นนักเขียนไส้แห้ง ก็ยังดีกว่าเป็น “หมา” ไม่มีบ้านอยู่ แต่ก็แอบกระหยิ่มใจเล็กๆว่า “อาชีพนักเขียนก็เป็นอาชีพในฝันลำดับท้ายๆอยู่เหมือนกัน” เลยตัดสินใจเป็นนักเขียนเรื่องสั้นตั้งแต่บัดนั้นมา

***พูดนอกเรื่องแต่ก็ยังอยู่ในเรื่องมาเสียยืดยาว จะได้แวะเข้าหาเรื่องจริงๆเสียที ที่กำลังจะบอกว่านามปากกา “หนุ่ย ประตูน้ำ” ได้มาเมื่อไหร่ ขอบอกว่า ก็ได้มาเมื่อตอนเรียนราม ปี 1 ปี 2524 เด็กม.เขาเรียกว่า นักศึกษารหัส 24 เป็นป้ายบอกความเก๋าว่า “ข้ารุ่นไหน” ความเป็นมาของนามปากกานี้มาได้อย่างไร จะได้เล่าให้ฟังต่อไปว่า ได้ปรึกษา “พี่ปาน” ว่า ควรใช้นามปากกาว่าอะไรดี จึงได้บอก “พี่ปาน” ว่า มีนามปากกาในใจแล้ว จะใช้นามปากกาว่า “เขียวเสวย” เพราะเกิดวันพุธ สีเขียว ผลไม้ที่ชอบคือ มะม่วง แต่ “พี่ปาน” ยกมือห้าม บอก “ไม่ได้ นามนี้เป็นนามพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 6 งั้นเป็น “เขียวไข่กา” ก็ไม่ได้ ของพระองค์ท่านเหมือนกัน อ้าว ! งั้น “เขียวหวาน” ล่ะ ไม่ได้ ก็ของท่านอีกนั่นแหละ ถ้าอย่างนั้นจะใช้ชื่ออะไรดีล่ะ
***สุดท้าย “พี่ปาน” ก็ให้ไอเดียว่า ชื่อ “หนุ่ย” นั่นแหละดีแล้ว เรียนไปด้วยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่คาเฟ่ย่านประตูน้ำ เอาเป็น “หนุ่ย ประตูน้ำ” ก็แล้วกัน ให้เหมือนนักเขียนรุ่นเก่าเค้า อย่างคอลัมนิสท์รุ่นเก๋า เช่น “ต๊ะ ท่าอิฐ – บุษบา ท่าพระจันทร์” คิดไปก็ดีนะ! สรุปจึงได้นามปากกาว่า “หนุ่ย ประตูน้ำ” มาด้วยประการละฉะนี้

***บนถนนแห่ง “อักษรและน้ำหมึก” ของ “หนุ่ย ประตูน้ำ” เส้นนี้จะได้เปิดขึ้นแล้ว เราจะย้อนรำลึกเส้นทางเดินของถนนสายนี้เป็นลำดับ เริ่มจากนักขาย – มาเป็นนักเขียน – จนเป็นนักข่าว “เส้นทาง 4 ทศวรรษนี้ยังมีอะไรที่อยากบอก ยังมีอะไรที่อยากเล่า บางเรื่องจะได้รู้เป็นครั้งแรกที่นี่ บางเรื่องอาจจะไม่อยากรู้เลยแต่ก็ดันได้มารู้ จะด้วยเหตุผลอันใดก็แล้วแต่ “หนุ่ย ประตูน้ำ” ก็ยังอยากเล่าให้ฟังครับ แล้วพบกัน Episode หน้าครับ !! ??

ยังไปต่อนะ ไม่ได้พอแค่นี้

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

สวัสดีพี่น้องชาวเชียงราย

หนุ่ย ประตูน้ำ

28 กุมภาพันธ์ 2569

#MyStory #Nui Pratoonum #เชียงรายทูเดย์

Loading